chiroinfo.org – ปักกิ่ง รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกา (สหรัฐฯ) ในเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร โดยจีนย้ำชัดว่า ไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์ทำตัวเป็น “ตำรวจโลก” หรือ “ผู้พิพากษาโลก” และการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐเอกราชอย่างร้ายแรง
คำแถลงนี้ถูกมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ โดยตรง แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศอย่างเป็นทางการก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเวทีโลก
คำแถลงของหวัง อี้: อธิปไตยรัฐต้องได้รับการคุ้มครอง
รัฐมนตรีต่างประเทศจีนย้ำหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการพบปะกับ อิชัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า
“จีนไม่เคยเชื่อว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถทำหน้าที่เป็นตำรวจโลกได้ และเราก็ไม่ยอมรับให้ประเทศใดอ้างตัวเป็นผู้พิพากษาโลก”
เขาย้ำว่า อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศต้องได้รับการคุ้มครองอย่างสมบูรณ์ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดยืนสำคัญของนโยบายการต่างประเทศจีนมาโดยตลอด
คำแถลงนี้ถือเป็นปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการครั้งแรกของจีน หลังภาพและวิดีโอของประธานาธิบดีมาดูโร วัย 63 ปี ที่ถูกปิดตาและใส่กุญแจมือ ถูกเผยแพร่และสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก
มาดูโรถูกควบคุมตัวในนิวยอร์ก รอขึ้นศาลคดียาเสพติด
คดีเขย่าการเมืองละตินอเมริกา
รายงานระบุว่า นิโกลัส มาดูโร ถูกนำตัวไปควบคุมตัวที่ศูนย์กักกันในนครนิวยอร์ก และมีกำหนดขึ้นศาลในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2026 โดยถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมด้านยาเสพติด
การจับกุมผู้นำรัฐเอกราชโดยปฏิบัติการทหารจากต่างชาติ ถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยาก และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคลาตินอเมริกา
บททดสอบบทบาทมหาอำนาจทางการทูตของจีน
จากซาอุ–อิหร่าน สู่เวเนซุเอลา
จีนมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็น มหาอำนาจทางการทูตระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนหลังจากประสบความสำเร็จในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยการปรองดองระหว่าง ซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ในปี 2023 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับนานาชาติ
ปักกิ่งได้ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในประเด็นสำคัญระดับโลก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จับกุมมาดูโรกลับกลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อภาพลักษณ์ของจีนในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้
ความสัมพันธ์จีน–เวเนซุเอลา สั่นคลอนครั้งใหญ่
“พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ตลอดกาล” ถูกท้าทาย
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาดูแลการบริหารเวเนซุเอลาชั่วคราว เป็นความท้าทายโดยตรงต่อ ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมตลอดกาล ที่จีนและเวเนซุเอลาตกลงกันไว้ในปี 2023 ซึ่งครบรอบเกือบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนรายหนึ่งซึ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมระหว่างมาดูโรกับ ชิว เสี่ยวฉี ผู้แทนพิเศษจีนด้านกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียน เปิดเผยว่า
“นี่คือความเสียหายครั้งใหญ่ต่อจีน เราต้องการให้โลกเห็นว่าเราเป็นเพื่อนที่เวเนซุเอลาสามารถพึ่งพาได้”
ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: จีนมีเดิมพันสูงในเวเนซุเอลา
การค้า พลังงาน และการลงทุนมหาศาล
จีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก ได้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่เวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรในปี 2017
ตามข้อมูลล่าสุด จีนซื้อสินค้าจากเวเนซุเอลามูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็น น้ำมันดิบ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญด้านพลังงานของเวเนซุเอลาต่อจีน
นอกจากนี้ บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐจีนยังได้ลงทุนในเวเนซุเอลาราว 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2018 ตามข้อมูลจากสถาบัน American Enterprise Institute
บทสรุป: โลกหลายขั้วกับความท้าทายใหม่
เหตุการณ์การจับกุมประธานาธิบดีมาดูโรไม่เพียงเป็นวิกฤตทางการเมืองของเวเนซุเอลา แต่ยังสะท้อนถึง ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างมหาอำนาจโลก จีนยืนกรานในหลักอธิปไตยและการไม่แทรกแซง ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้แนวทางเชิงรุก
สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระเบียบโลกแบบหลายขั้ว (Multipolar World) ซึ่งบทบาทของจีนในเวทีโลกจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคต 🌏
